สวัสดีค่าาา~ เดือนที่แล้ว เราได้รีวิว การทดลองใช้สเปรย์กันน้ำกับสนีกเกอร์ ให้ชมกันไปแล้ว แต่บางทีรองเท้ากับความสกปรกมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อ่ะเนอะ ถ้ามันเลอะไปแล้ว กันไม่อยู่จริงๆ งั้นคราวนี้เราลองมาดูอีกหนึ่งไอเท็มดีๆ ที่จะช่วยให้คนรักสนีกเกอร์ใช้ชีวิตง่ายขึ้น อย่าง น้ำยาทำความสะอาดรองเท้า กันบ้างดีกว่าค่าาา

4review_cleaningshoes_1200x630

สาวกสนีกเกอร์หลายคนคงรู้กันดีว่า ความพิเศษของเจ้า น้ำยาทำความสะอาดรองเท้า นี้ก็คือสามารถชุบชีวิตให้รองเท้าคู่โปรดของเราได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องใช้น้ำและรองเท้าไม่เสียทรงด้วย ซึ่ง ShopSpot ก็ได้คัดสรรตัวที่เขาว่าเวิร์คสุด มาทดลองใช้และรีวิวให้ได้รู้กัน โดยเตรียมมา 4 แบรนด์ คือ Bazooka, Barcoad, Sneaker Mark และ Wetless (เรียงจากซ้ายไปขวา) ค่ะ

cover

สำหรับรองเท้าที่เราเลือกมาทดลองในวันนี้ จะเป็น ‘รองเท้าผ้าใบสีขาว’ ที่ผ่านการใช้งานจริง ใส่ในชีวิตประจำวันมาอย่างโชกโชน โดนแดด ลุยฝน คลุกฝุ่นมาบ้าง โดยจะลองทำความสะอาดข้างนึงแล้วลองนำมาเทียบกับอีกข้างหนึ่ง ให้เห็นอย่างชัดเจนกันไปเลย

[ ขั้นตอนการทดสอบ ]

  1. ใช้แปรงปัดฝุ่น, และคราบสกปรกที่เกาะรองเท้าออกก่อน
  2. บีบน้ำยาทำความสะอาดลงไปบนรองเท้า
  3. ใช้แปรงขัดทำความสะอาด
  4. เช็ดออกด้วยผ้าสะอาดหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ที่แห้ง

1. Sneaker Mark
ขนาด 360 ml. สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ เซ็ตละ 490 บาท (คลีนเนอร์ 1 ขวด, แปรง 2 แบบ, ผ้า) ค่าจัดส่ง 50 บาท

3-1

ตัวแรกที่จะทดสอบก็คือ Sneaker Mark ก่อนอื่นก็ทำความสะอาดรองเท้าเบื้องต้นด้วยแปรงกันก่อน ใช้แปรงปัดๆ เศษฝุ่นออกไปเท่าที่ได้ ส่วนตรงไหนที่เป็นคราบก็อย่าไปขัดรุนแรง หนักมือไปเดี๋ยวรองเท้าจะพัง ส่วนนี้ไว้ให้เป็นหน้าที่ของเจ้า น้ำยาทำความสะอาดรองเท้า เลยค่ะ

3-2

จากนั้นก็บีบน้ำยาลงไปบนรองเท้าค่ะ ของ Sneaker Mark นี่จะเป็นขวดหัวปั๊มแบบโฟม ตัวน้ำยาจะออกมาเป็นโฟมที่ยังมีความเหลวอยู่หน่อยๆ เลยแอบไหลเยิ้มไปนิด แต่ไม่มีกลิ่นตอนใช้งานค่ะ ทางแบรนด์เขาเคลมว่าสามารถใช้ได้กับทั้งกระเป๋า รองเท้า บนพื้นผิวหลากหลาย ตั้งแต่หนัง สักหลาด กำมะหยี่ โดยห้ามใช้กับหนังคาวไฮด์ (หนังฟอกฝาด) เด็ดขาดค่ะ

3-3

ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการขัดทำความสะอาดกันแล้ว วิธีใช้ของ Sneaker Mark ระบุไว้ว่าให้นำแปรงที่จะใช้ขัดไปจุ่มน้ำแบบหมาดๆ แล้วค่อยลงมือขัดเบาๆ ตามร่องรอยคราบทั้งหลาย พอได้ลองถูๆ ดูแล้วพบว่า ตัวนี้ทำหน้าที่ น้ำยาทำความสะอาดรองเท้า ได้ดีทีเดียวค่ะ คราบสกปรกหลุดออกแม้ขัดเบาๆ ไม่ต้องกลัวสนีกเกอร์คู่โปรดจะช้ำเลย

3-4

เมื่อขัดจนสะอาด จนพอใจแล้ว ก็ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าไมโครไฟเบอร์แบบแห้งไม่ต้องชุบน้ำ เช็ดน้ำยาออกให้หมดค่ะ

3-5

เมื่อเช็ดน้ำยาออกแล้ว ก็ผึ่งไว้ให้แห้งสักครู่ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย รองเท้าข้างซ้ายคือที่เราเพิ่งขัดไป ส่วนข้างขวาคือข้างที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดใดๆ ลองสังเกตรองเท้าในแต่ละพื้นผิวนะคะ ตั้งแต่ตรงยาง ผ้า ไปจนถึงพื้นรองเท้า จะเห็นว่าสองข้างต่างกันอย่างชัดเจน ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพในหลากหลายพื้นผิวอย่างที่เคลมไว้จริงๆ ShopSpot ให้  Sneaker Mark ที่ 4/5 ดาวค่ะ

3-6

2. Barcode
ขนาด 250 ml. สั่งซื้อผ่านเฟสบุ๊ค เซ็ตละ 279 บาท (คลีนเนอร์ 2 ขวด, แปรง, ผ้า) ค่าจัดส่ง 50 บาท

2-1

ต่อด้วยแบรนด์ Barcode โดยตัวนี้ทางเพจมีโปรโมชั่นเลยได้ขวดละ 250 ml. มาสองขวดค่ะ โดยระบุไว้ว่ามีคุณสมบัติพิเศษในการลดกลิ่นอับและช่วยป้องกันการเกิดแบคทีเรียได้ ก่อนที่เราจะมาทดสอบประสิทธิภาพว่าขวดนี้จะคุ้มเหมือนปริมาณที่ได้มาไหม เราก็ต้องปัดฝุ่นรองเท้าออกกันก่อนเช่นเคย

2-2

จากนั้นก็บีบน้ำยาค่ะ ความจริงแล้ววิธีใช้ของ Barcode เนี่ย ต้องบีบน้ำยาใส่แปรงแล้วจึงนำไปขัดรองเท้าค่ะ ต้องสารภาพว่าทางเราไม่ได้ศึกษาในตอนแรกเลยบีบใส่รองเท้าลงไปตรงๆ เลย ขวดเป็นหัวปั๊มเจลธรรมดา กดใช้ง่าย ตัวน้ำยาเป็นเจลใสหนืดๆ และไม่มีกลิ่นค่ะ แต่ด้วยความที่ใช้ผิดวิธีไปนิด จากรูปจึงเห็นได้ว่าน้ำยาเยิ้มเลอะเทอะไปหน่อย เพื่อนๆ คนไหนจะใช้ลองใช้บ้างต้องบีบใส่แปรงนะคะ

2-3

ต่อไปก็มาลงมือขัดกันค่ะ ของ Barcode ให้ขัดเบาๆ จนฟองขึ้น และแม้ว่าน้ำยาจะดูเยิ้มๆ ไปสักนิด แต่คราบสกปรกออกง่ายดีค่ะ ไม่ต้องออกแรงเยอะ ขัดได้แบบสบายใจไม่ต้องกลัววัสดุรองเท้าเสียหายเลย

2-4

ขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ใช้ผ้าเช็ดน้ำยาออกเหมือนเดิมค่ะ

2-5

ลองดูสองข้างเทียบกันจะเห็นได้ว่า ข้างซ้ายที่ขัดทำความสะอาดแล้วดูขาวสว่างกว่าข้างขวาที่ยังไม่ได้ขัดค่ะ รอยเปื้อนๆ ก็ลดลงแต่ยังสีให้เห็นอยู่นิดๆ หน่อยๆ  และจากที่เห็นน้ำยาเยิ้มๆ พอมาถึงตอนนี้พบว่าไม่เปียกชื้นด้วย ShopSpot จึงให้ Barcode ที่ 4.5/5 ดาวค่ะ

2-6

3. Bazooka
ขนาด 150 ml. สั่งซื้อผ่านเฟสบุ๊ค เซ็ตละ 590  บาท (คลีนเนอร์ 1 ขวด, สเปรย์กันน้ำ 1 ขวด, แปรง, ผ้า) ค่าจัดส่ง 50 บาท

1-1

ต่อกันด้วยแบรนด์ Bazooka ที่เราเลือกเป็นโปรที่ได้ทั้งตัวคลีนเนอร์และสเปรย์กันน้ำมา เรียกได้ว่าทำความสะอาดเสร็จแล้วเคลือบกันน้ำต่อได้เลย โดยตัวคลีนเนอร์แบรนด์นี้มาในรูปแบบโฟมทำความสะอาดรองเท้าแบบแห้ง เขียนกำกับไว้ว่า สามารถใช้ได้กับรองเท้าหนัง รองเท้าผ้าใบ กระเป๋าหนังและเครื่องหนังทุกชนิดเลย ก่อนจะทดสอบกันก็ต้องปัดฝุ่นบนรองเท้าออกกันก่อนเหมือนเดิม

1-2

จากนั้นก็บีบน้ำยาลงไปบนรองเท้าได้เลย จริงๆ ขั้นตอนนี้ถ้ารองเท้าใครเปื้อนแค่บางจุด ก็บีบน้ำยาลงไปเฉพาะจุดนั้นได้นะคะ ส่วนของรองเท้าคู่นี้ เราลองบีบ Bazooka ลงไปทั่วๆ เลย โดยตัวขวดของเขาเป็นหัวปั๊มโฟม น้ำยาจะออกมาเป็นโฟมเนื้อละเอียดเป็นก้อนๆ แบบไม่มีน้ำเยิ้มๆ ให้เปรอะเปื้อน แห้งจริงค่ะ และตัวนี้ก็ไม่มีกลิ่นกวนใจเหมือนกัน

1-3

บีบโฟมทำความสะอาดเสร็จแล้ว ก็เหมือนเดิมค่ะ มาขัดเบาๆ ด้วยแปรงกันเลย ของ Bazooka นี่ก็ขัดง่ายค่ะ คราบเหลืองตรงโฟมพื้นรองเท้าที่เหมือนจะไม่ออก พอขัดเบาๆ ก็หายไปอย่างง่ายดายเลย ส่วนตรงเนื้อผ้าด้านบนลองขัดๆ คราบที่ดูฝังลึกก็จางลงอยู่นะ

1-4

ขัดจนทั่วแล้วก็เช็ดตัวโฟมออกจากรองเท้าได้เลยค่ะ

1-5

จากนั้นก็ลองเอาทั้งสองข้างมาเทียบกันดู ต้องบอกก่อนว่ารองเท้าคู่นี้ตรงผ้ามันจะสีออกไปทางสีเทานะคะ พอเอามาเทียบกันแล้ว จะพบว่าข้างซ้ายนี่ใสกิ๊งอย่างกับซื้อใหม่เลยค่ะ ทั้งตรงพื้นผิวที่เป็นผ้า แถบยาง แถบหนังกลับตรงส้นเท้าและพื้นโฟมขาวสะอาดหมดเลย ขจัดคราบได้ดีมากๆ ด้วยความที่น้ำยาเป็นโฟมแบบแห้ง ทำให้รู้สึกว่ารองเท้าแห้งไว และไม่ค่อยชื้นด้วยค่ะ เพราะงั้น ShopSpot ให้ Bazooka ที่ 4.5/5 ดาวค่ะ

1-6

4. Wetless
ขนาด 300 ml. สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ ขวดละ 350 บาท จัดส่งฟรี

4-1

ปิดท้ายกันด้วยแบรนด์ Wetless ค่ะ ตัวนี้ขวดค่อนข้างใหญ่ เป็นสเปรย์ทำความสะอาดเอนกประสงค์ที่บอกคุณสมบัติไว้ว่า สามารถฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ ทั้งยังงานได้กับทุกพื้นผิว โดยมีข้อแตกต่างจากสามแบรนด์ข้างต้นคือ มีแปรงให้มาในตัวติดอยู่กับฝาขวดค่ะ ว่าแล้วก็มาปัดฝุ่นด้วยแปรงที่ว่ากันก่อนเลย

4-2

ปัดฝุ่นเสร็จแล้วก็มาฉีดสเปรย์ลงไปกันค่ะ ของ Wetless จะเป็นขวดแบบหัวสเปรย์ ใช้งานง่าย โดยตัวน้ำยาจะออกมาเป็นเนื้อมูส มีกลิ่นจางๆ ค่ะ ด้วยความที่เป็นเนื้อมูสนี่แหละ หากฉีดห่างจากรองเท้าสัก 15 ซ.ม. จะทำให้น้ำยากระจายได้ทั่วถึงง่ายมากขึ้น ตัวนี้พอฉีดเสร็จแล้วต้องทิ้งไว้ให้มูสเซ็ตตัว 10 วินาทีด้วยนะคะ

4-3

พอเนื้อมูสเซ็ตตัวแล้วก็มาขัดกันเช่นเคย ตอนแรกเราลองใช้หัวแปรงที่มากับขวดขัดดู แต่ปรากฏว่าใช้ยากไปนิด เพราะแปรงมันแข็งๆ บวกกับเราเลือกสนีกเกอร์ที่เป็นหนังเทียมมาด้วย ทำให้ไม่กล้าออกแรงกลัวรองเท้าจะเป็นรอย ก็เลยลองเปลี่ยนมาใช้แปรงเดียวกันแบรนด์อื่นๆ ค่ะ

4-4

พอเปลี่ยนมาใช้แปรงธรรมดาแล้วก็พบว่าใช้งานได้ดีขึ้นนะคะ ขจัดคราบดำๆ ออกได้หมดจดดี ด้วยความที่เป็นเนื้อมูสเลยทำให้รู้สึกว่าไม่เลอะเทอะ แล้วก็แห้งเร็วด้วยค่ะ

4-5

ขัดเสร็จแล้วก็ถึงขั้นตอนการเช็ดออกค่ะ ปรากฏว่าของ Wetless แทบจะไม่ต้องเช็ดเท่าไหร่ เพราะเนื้อมูสเริ่มบางเบาลงไปแล้ว

4-6

เรียบร้อยแล้วก็เอามาเทียบกับอีกข้างหนึ่งดูเช่นเคยค่ะ พบว่ารองเท้าขาวสว่างขึ้นอยู่นะ แต่มีเนื้อยางตรงขอบพื้นรองเท้าที่ยังมีรอยดำเช็ดไม่ออกอยู่ ซึ่ง Wetless เขาก็เขียนไว้ว่าสามารถใช้ซ้ำได้ตามต้องการ เพราะฉะนั้นถ้ารู้สึกว่าทำครั้งเดียวยังไม่ขาวโดนใจ ก็ลองทำซ้ำดูได้นะคะ สรุป ShopSpot ให้ Wetless ที่ 4/5 ดาวค่ะ

4-7

สรุป ‘คุณภาพ และ ความคุ้มค่า’

cleaner_shoes_table_2

  • คุณภาพในของเรื่องคุณภาพแม้ในใจจะมีสองตัวที่ตีคู่กันมา แต่ต้องให้ Bazooka ค่ะ ด้วยความที่ขจัดคราบได้ดีมากๆ และตัวคลีนเนอร์ก็เป็นเนื้อโฟมก้อนๆ ไม่เยิ้ม ทำให้รู้สึกว่าใช้งานง่ายมากๆ เช่นกันนั่นเองค่ะ
  • ความคุ้มค่า : ส่วนความคุ้มค่าครั้งนี้เราขอให้ 2 แบรนด์เลยแล้วกันเพราะมันคุ้มกันคนละด้าน แบรนด์แรกต้องยกให้ Barcode ค่ะ เนื่องจากได้คลีนเนอร์ขนาด 250 ml. 2 ขวดในราคาเพียง 279 บาท ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่มากที่สุด ในราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น และแบรนด์ที่สองเป็น Bazooka ด้วยความที่ซื้อครั้งเดียวได้อุปกรณ์ครบเลย ตั้งแต่คลีนเนอร์, สเปรย์ทำความสะอาด, แปรง และผ้า ซึ่งช่วยให้เราทำความสะอาดแล้วเคลือบกันน้ำเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกต่อได้เลย ถือว่าทีเดียวจบ ครบการใช้งาน คุ้มมากๆ ค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็คือ น้ำยาทำความสะอาดรองเท้า ทั้ง 4 ตัวที่เรานำมาฝากในวันนี้ เพื่อนๆ คนไหนมีตัวที่โดนใจอยากจะไปถอยมาใช้กันแล้ว ก็ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและอย่าลืมเลือกให้เหมาะกับการใช้งานกันด้วยล่ะ และถ้าใครทำความสะอาดเสร็จแล้วอยากจะเคลือบรองเท้าคู่ใจให้กันน้ำ กันสิ่งสกปรกไม่ต้องกลับเลอะเทอะอีกต่อไป ก็สามารถเข้าไปชม รีวิวสเปรย์กันน้ำ เพื่อตามหาสเปรย์ที่ถูกใจกันได้นะคะ รับรองว่าต่อไปจะไม่ต้องประสบปัญหารองเท้าคู่เก่งเก่า พัง ก่อนเวลาอันควรอีกแน่นอน!

เรียบเรียงโดย ShopSpot

ทีมงาน ShopSpot ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้ใด คัดลอก ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหา
ในหน้านี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฏหมาย

บทความที่คุณอาจจะชอบ

แฟชั่น 10 ลุครับซัมเมอร์ ของเหล่าแฟชั่นนิสต้า ที่ง... เผลอแปปเดียวซัมเมอร์ก็มาเยือนอีกแล้ว และใช่ค่ะ! ซีซั่นใหม่ก็ต้องมาพร้อมกับเทรนด์ แฟชั่น ใหม่ๆ ซึ่งเราเชื่อว่า ขาช้อปแฟชั่นนิสต้าหลายคนคงเริ่มเตรียมตัว...
รีวิวสเปรย์กันน้ำ 4 ตัว ยี่ห้อไหนดีที่สุด ต้องมาดู... บางทีสภาพอากาศบ้านเราก็แปรปรวนจนคาดเดาไม่ถูก เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว ทำเอาไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไงแน่ วันไหนพกร่ม แดดก็ดันจ้าฟ้าแจ่มใส แต่ถ้าวั...
ของขวัญ 10 ชิ้นที่เหมาะทุกไลฟ์สไตล์… สำหรับม... หากพูดถึงเดือนธันวาคม เดือนสุดท้ายของปีแล้วล่ะก็ ShopSpot เชื่อว่า นอกจากหลายๆ คนจะนึกถึงเทศกาลรื่นเริงกับบรรยากาศที่แสนสนุกสนานแล้ว ของขวัญ เพื่อแทนค...
ให้การเดินทางของคุณมีสไตล์กว่าที่เคยด้วยกระเป๋า ‘C... เผลอแปปเดียวก็จะปีใหม่อีกแล้ววว... ShopSpot รู้นะคะว่าหลายคนต้องแอบแพลนทริปเอาไว้แล้วแน่ๆ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ กระเป๋าเดินทาง ‘Classic Series’ จากแบร...
No more articles

Like Us 😀

อัพเดทเทรนด์ชิคๆ คูลๆ ทุกวัน ได้ที่นี่
กด Like เลย!!


Liked สีเทาคือไลค์เรียบร้อยแล้วนะ^^